Cover

จุดเริ่มต้นของงานวิจัย

จริง ๆ ผมมีอยู่หลายงานนะครับ ตั้งแต่ช่วงที่เรียนพรีคลินิกจนขึ้นคลินิก จริง ๆ ทุกงานมีความคล้ายกันอยู่ระดับหนึ่งเนื่องจากเป็นคนที่ชอบประดิษฐ์ของออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ฉัะนั้นทุกงานจะมีความคล้ายกันตรงที่เน้นเป็น design fabrication และสร้าง hardware ออกมาเป็นระบบสำหรับใช้ในงานต่าง ๆ แต่แรงบันดาลใจอาจจะไม่เหมือนกันสักเท่าไร ตอนที่อยู่ช่วงพรีคบินิกหรือช่วงเรียน M.D.-M.Eng จะมี input จากอาจารย์ค่อนข้างเยอะ เพราะเราไม่ได้ไปเจอปัญหากับตัวเงอสักเท่าไร ยังไม่ได้เห็นการทำงานของแพทย์จริง ๆ ไอเดียเลยจะมาจากการที่อาจารย์เล่าให้ฟัง แต่พอได้ทำงานทางวิศวกรรม มีชิ้นงานเป็นของตัวเอง ได้ลองใช้เครื่องมือต่าง ๆ พอขึ้นชั้นคลินิกมาทำให้เราเห็นภาพการทำงานของแพทย์ และเห็น painpoint ด้วยตัวเอง ซึ่งเราก็จะมีทักษะที่ตัวเองถนัดซึี่งสามารถนำไปแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้

สำหรับงานที่ทำอยู่และอยากมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เริ่มมาจากที่ผมไปดูการผ่าตัดยูโร (ทางเดินปัสสาวะ) ซึ่งได้ไปดูเคส Robotic-assisted partial nephrectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดไตแบบส่องกล้องโดยใช้หุ่นยนต์เพื่อรักษาโรคมะเร็งไต โดยรูปแบบการทำงานของหุ่นยนต์ผ่าตัดคืออาจารย์ (ศัลยแพทย์) จะนั่งอยู่ในคอนโซลควบคุมหุ่นยนต์ข้างนอก แล้วตัวแขนหุ่นยนต์และผู้ช่วยผ่าตัดจะอยู่ในเขตปลอดเชื้อในตัวคนไข้

โดยข้อเสียของการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ลักษณะนี้คือแขนของหุ่นยนต์ไม่มีอุปกรณ์ดูดเลือด (suciton) ซึ่งจะอาศัยผู้ช่วยผ่าตัดที่ทำหน้าที่ใส่อุปกรณ์ดูดเลือดซึ่งเป็นก้านเหล็กแข็ง ๆ ยาว ๆ ใส่เข้าไปในตัวคนไข้ แล้วดูดเลือดตามตำแหน่งที่อาจารย์ต้องการ ซึ่งข้อจำกัดนี้ทำให้ศัลยแพทย์ไม่สามารถควบคุมตำแหน่งการดูดเลือดด้วยตัวเอง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับผู้ช่วยผ่าตัด และด้วยตัวของแท่งดูดทำให้การไปดูดเลือดในบางตำแหน่งที่ต้องอาศัยการอ้อมหรือมุดเข้าไปข้างใต้อวัยวะไม่สามารถทำได้ ผมก็เลยนำปัญหาเหล่านี้ไปคุยกับอาจารย์เพื่อสร้างนวัตกรรมที่มาแก้ปัญหาในส่วนนี้ครับ

ได้เรียนรู้อะไรจากการไปเรียนวิศวะเพิ่มอีกปี

ได้เรียนรู้หลายอย่างเลยนะครับ แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้เป็นหลักคือความใจเย็น เนื่องจากการทำวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมเป็นเรื่องที่มี learning cuve ที่ค่อนข้างชันครับ ไม่มีหลักสูตรไหน ที่จะเตรรียมตัวให้เราแก้ทุกปัญหาของงานวิจัย หลาย ๆ อย่างเราต้องไป learn on the job ครับ

ลองเล่าถึงการออกแบบเครื่องมือแพทย์ในฐานะนักศึกษาแพทย์หน่อยครับ

ในส่วนของงานวิจัยที่ได้เล่าไป โดยส่วนของเนื้องานไม่ได้มีอะไรเยอะครับ คือต้องสร้างอุปกรณ์ดูดเลือดที่มีความ flexible สามารถอ้อมสิ่งกีดขวางไปดูดเลือดในซอกต่าง ๆ และทำให้แขนของหุ่นยนต์สามารถจับกับปลายอุปกรณ์ดูดได้ ซึ่งเนื้องานเนี่ยจริง ๆ แล้วไม่ได้เยอะมาก มีแค่การออกแบบแล้วผลิตมันขึ้นมา

สำหรับอุปสรรคมีเยอะครับ เยอะมากกว่าที่คิดตอนที่จะเริ่มงานมาก ในส่วนของการออกแบบเนี่ยไม่ได้ยากสักเท่าไรเพราะเราคุ้นเคยกับโปรแกรมเขียนแบบ (CAD) อยู่แล้ว จะรูปร่างซับซ้อนยังไงก็พอทำได้ แต่เรื่องที่ยากคือเรื่องขั้นตอนการผลิต (manufacturing) ซึ่งวิธีการผลิตก็มีอีกหลายวิธีซึ่งแต่ละวิธีจะเหมาะกับชิ้นงานที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป ซึ่งเราต้องเลือกวิธีการผลิตที่ถูกต้อง ตอนนั้นก็ไปถามศูนย์ MIND center มา แล้วก็ได้รู้ข้อดี ข้อเสียของแต่ละวิธี และไม่มีวิธีไหนที่เหมาะหรือสมบูรณ์แบบไปทุกด้านเลย ในตอนแรกก็เลือกใช้วิธี 3D printing ไปก่อนเพื่อสร้างเป็น prototype เนื่องจากเป็นวิธีผลิตที่สามารถทำได้เร็วและถูก แต่ปัญหาที่ตามมาคือเราจำเป็นต้องใช้เส้นพลาสติกแบบ medical grade ซึ่งราคาแพงและหาได้ยาก อีกปัญหาหนึ่งคือเราสร้างชิ้นงานขนาดเล็กมากไม่ได้ เนื่องจากถูกจำกัดด้วยหัวพิมพ์ของตัวปริ้นเตอร์ที่อยู่ที่ประมาณ 0.4 mm อีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องความทนทาน เนื่องจากการผลิตด้วยวิธ๊นี้จะใช้การเชื่อพลาสติกเป็นชั้น ๆ มันก็จะแตกหักง่าย เราก็ต้องพยายามแก้ปัญหาไปภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้

แต่การแก้ปัญหาหนึ่งก็ทำให้อีกปัญหาหนึ่งมันแย่ลง สมมติว่าเครื่องมือดูดเลือดได้ไม่ดีเพราะรูท่อมีขนาดเล็ก เราก็ต้องทำให้ผนังของเครื่องมือบางลงเพื่อให้ใส่ท่อขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่มันก็ทำให้ชิ้นงานหักอีก แต่เราก็ได้รู้ว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการผลิต อย่างใช้วัสดุ Titanium แทน ก็จะทำให้งานของเราแข็งแรงยิ่งขึ้น แก้ปัญหาในส่วนนี้ไปได้

การสร้างชิ้นงานด้วย Titanium นี่เคยทำมาก่อนไหมครับ

ไม่ครับ ไม่เคยทำมาก่อนเลย และอย่างที่บอกไปว่าการผลิตชิ้นงาานเนี่ยเป็นเรื่องที่เรามีความเชี่ยวชาญค่อนข้างน้อย ในฐานะที่เราเป็นแค่นักศึกษาและไม่เคยผลิตในระดับ mass scale เลยไม่มีประสบการณ์เยอะสักเท่าไร ในส่วนนี้ก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรา ซึ่งในที่นี่ก็ไปปรึกษาศูนย์ MIND center ที่ช่วยเราในการหาผู้ผลิต Titanium ที่มีมาตรฐานในการสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์

ศูนย์ MIND center นี่คืออะไรนะครับ

อ้อ MIND center ก็คือจะเป็นศูนย์นวัตกรรมของทางรามาฯนะครับ จะอยู่อาคาร 4 ชั้นใต้ดิน ซึ่งจะมีพี่ ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้านของการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์นะครับ ตั้งแต่คนที่จะช่วยในเรื่องการผลิต หรือคนที่จะช่วยเราในเรื่องการจดสิทธิบัตร ก็สามารถไปพูดคุยหรือร่วมงานได้เสมอ

ในงานนี้พี่บีมทำล้มเหลวไปแล้วกี่ครั้งหรอครับ

โห เยอะมากครับ ล้มเหลวไปหลายรอบมากแล้ว เจอปัญหาที่จะต้องแก้มาเยอะครับ แต่ก็แก้ไทีละอย่างครับ บางทีเรานึกไม่ถึงอยู่แล้วว่าจะต้องไปเจอปัญหาอะไรบ้าง ตอนนี้อย่างน้อยก็มี 6-7 เวอร์ชั่นหลัก ๆ แล้ว แต่ละแบบก็จะมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แตกต่างกันออกไปอีก

คิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากการสร้างนวัตกรรม

คิดว่าเราต้องลองเยอะ ๆ นะครับ คิดว่าการเจอปัญหาเป็นสิ่งที่ปกติมาก ที่ต้องเจอในทุก ๆ การสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากที่ปัญหาเหล่านี้จะยังไม่มีคำตอบในขณะนั้น อย่างน้อยสิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องลองต่อไป และเราต้องรู้ว่าเราลองอะไรต่อไป การลองแต่ละครั้งจะทำให้เรารู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ และสุดท้ายมันจะนำเราไปสู่วิธีการแก้ปัญหา คิดอะไรไม่ออกก็ลองไปก่อนละกันครับ

เรียนหมอก็ว่าหนักแล้ว เรียนวิศวะไปด้วย ทำวิจัยไปด้วย แบ่งเวลายังไง

การแบ่งเวลาเป็นอะไรที่สำคัญมากครับ สำหรับน้อง ๆ หลาย ๆ คนที่ำกำลังจะมีงานเข้ามาเยอะ ทั้งเรื่องการเรียนหมอ หรือใครที่เรียนหลักสูตร 2 ปริญญา ก็จะมีงานเพิ่มขึ้นาเยอะครับ ก็อยากให้ทุกคน balance ในการใช้ชีวิตที่มีทั้งด้านการงาน ความสัมพันธ์ ด้านสุขภาพ ทุกอย่างนี้เราต้องรักษาสมดุลไว้เสมอ อยากให้ทุกคนวางแผนให้ดี ไม่ควรจะสละส่วนใดส่วนหนึ่งออกเพื่อที่จะทำให้ด้านใดด้านหนึ่งดี ทุกอย่างทุกด้านของชีวิตต้องอยู่ในมาตรฐานที่รับได้

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราไม่ยอมแพ้ในแต่ละวันครับ

คือถึงแม้ว่าเราจะเจออุปสรรคอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็เจอความล้มเหลวอยู่เรื่อย ๆ แต่ว่าแน่นอนเวลาเราเจอเจอเนี่ยเราก็มีวิธีการแก้ไข แล้วเราก็มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เราเห็นความก้าวหน้าของงานของเรา เราเห็นมันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งเป็น motivation ที่ดีที่ทำให้เราทำต่อไป เพราะเราอยากเห็นมันออกมาสำเร็จ กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้จริง

แล้วก็ระหว่างทางครับเราก็สร้างความสัมพันธ์ ใหม่ ๆ ไปเยอะ ทั้งกับอาจารย์ กับพี่ ๆ ที่ MIND center พี่ ๆ แพทย์ประจำบ้าน ทุกงานที่เราทำมันก็สร้างอะไรดี ๆ กลับมาหาเราเยอะอยู่ครับ

บีมอยากเป็นหมอแบบไหนครับ

ตอนนี้อยากเป็นหมอศัลย์ (หมอผ่าตัด) ตอนนี้ก็สนใจเรื่องศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะครับ คิดว่าจากที่ได้ไปเจอมา รู้สึกว่าเป็นคนชอบทำหัตถการ ชอบเข้าห้องผ่าตัด ชอบใช้มือ แล้วรู้สึกสนุกทุกครั้งที่เข้าห้องผ่าตัด รู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนหลั่ง มันทำให้เรารู้สึกมีความสุข แล้วก็รู้สึกว่ายูโรเป็นศาสตร์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาอยู่เรื่อง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ส่องกล้องต่าง ๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศ นวัตกรรมหุ่นยนต์ผ่าตัดไปไกลกว่านี้อีกมากครับ เป็นอะไรที่อยากศึกษาต่อ มีอะไรที่สามารถคิดแล้วก็สร้างนวัตกรรมมาช่วยในการทำงานได้อีกมากเลยครับ

สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ ครับ

ก็อยากให้น้อง ๆ หาความชอบของตัวเอง หาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข อยากคลุกคลีกับมัน และ balance ในส่วนต่าง ๆ ของชีวิตให้ดีนะครับ

รับชมคลิปสัมภาษณ์เต็มได้ทาง YouTube